(เผยแพร่ผลงาน) การพัฒนาแบบฝึกทักษะการอ่านอย่างมีวิจารณญาณ – ครูวรินทร จรูญกิจธรรม

วันนี้ขอนำเสนอผลงานทางวิชาการ  ซึ่งคุณครูวรินทร  จรูญกิจธรรม ครูโรงเรียนเขื่องในพิทยาคาร  ได้ขอเผยแพร่ผลงานทางวิชาการจากการศึกษาค้นคว้าวิจัย  เรื่อง “การพัฒนาแบบฝึกทักษะการอ่านอย่างมีวิจารณญาณ”  ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3  โรงเรียนเขื่องในพิทยาคาร แก่ผู้สนใจทั่วไปในสื่อออนไลน์แห่งนี้ ดังนี้ครับ

 

บทคัดย่อ

 

แบบฝึกทักษะการอ่านอย่างมีวิจารณญาณ

ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3  (ชุดที่ 1)

 

แบบฝึกทักษะการอ่านอย่างมีวิจารณญาณ

ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3  (ชุดที่ 3)

เผยแพร่ผลงานทางวิชาการ

บทคัดย่อ

หัวข้อวิจัย การพัฒนาชุดฝึกทักษะการเขียนร้อยกรอง กลอนสักวา
กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1
ผู้วิจัย นายธนันดร ใกล้ฝน
ปี พ.ศ. 2556

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาชุดฝึกทักษะการเขียนร้อยกรอง กลอนสักวา กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์มาตรฐาน 80/80 และเพื่อเปรียบเทียบความสามารถทางการเขียนร้อยกรอง กลอนสักวาของนักเรียนก่อนและหลังการใช้ชุดฝึกทักษะการร้อยกรอง กลอนสักวา
กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้เป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2555 โรงเรียนเขื่องในพิทยาคาร อำเภอเขื่องใน จังหวัดอุบลราชธานี จำนวน 45 คน ซึ่งได้มาโดยการสุ่มอย่างง่าย ระยะเวลาที่ใช้ในการทดลอง รวม 12 วัน วันละ 50 นาที รวม 12ชั่วโมง การทดลองครั้งนี้ใช้รูปแบบ One – Group Pretest – Posttest Design เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย ชุดฝึกทักษะการเขียนร้อยกรอง กลอนสักวา กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 แบบทดสอบวัดความสามารถทางการเขียนร้อยกรอง กลอนสักวา ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ซึ่งมีค่าความยากง่ายตั้งแต่ .67 ถึง . 80 ค่าอำนาจจำแนกตั้งแต่ .22 ถึง . 57 และค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ .92 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลได้แก่ ค่าเฉลี่ย ค่าร้อยละ ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน และ การทดสอบค่า t
ผลการวิจัยพบว่า
1. ชุดฝึกทักษะการเขียนร้อยกรอง กลอนสักวา กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น มีประสิทธิภาพเท่ากับ 81.95/83.22 ตามเกณฑ์มาตรฐานที่ตั้งไว้ 80/80
2. นักเรียนที่เรียนด้วยชุดฝึกทักษะการเขียนร้อยกรอง กลอนสักวา กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 มีความสามารถทางการเขียนร้อยกรอง กลอนสักวา หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01

 

 

เสภาเรื่องขุนช้างขุนแผน ตอนขุนช้างถวายฎีกา

เสภาเรื่องขุนช้างขุนแผน ตอนขุนช้างถวายฎีกา

          เสภาเรื่องขุนช้างขุนแผน ตอนขุนช้างถวายฎีกา ตอนนี้ไม่ปรากฏผู้แต่งแน่ชัด  แต่งด้วยคำประพันธ์ประเภทกลอนสุภาพ  ใช้ในการเล่าเรื่องราวเพื่อขับเสภา   เรื่องนี้สะท้อนภาพสังคมและวัฒนธรรมไทยสมัยอยุธยาและรัตนโกสินทร์ตอนต้น และยังให้ข้อคิดที่มีคุณค่า เพื่อนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง

          ในการศึกษาสภาพสังคมและวัฒนธรรมในวรรณคดีเรื่องนี้มีความสำคัญตรงที่จะช่วยให้นักเรียนได้ตระหนักถึงคุณค่าของวรรณคดีมากยิ่งขึ้น  วรรณคดีไม่เพียงแต่มีคุณค่าด้านวรรณศิลป์ แต่ยังมีคุณค่าด้านสังคมและวัฒนธรรม  นอกจากนี้นักเรียนยังได้รับความรู้เกี่ยวกับสภาพสังคมวัฒนธรรมในสมัยอดีตอีกด้วย  ซึ่งรายละเอียดบางอย่างอาจไม่มีบันทึกไว้ในเอกสารประวัติศาสตร์อย่างชัดเจน     แต่ผู้ประพันธ์ก็ได้สะท้อนและบันทึกไว้ในวรรณคดีอีกทางหนึ่ง

          ในการวิเคราะห์และสังเคราะห์ข้อคิดจากวรรณคดีเรื่องนี้นักเรียนสามารถศึกษาได้จากการพิจารณาพฤติกรรมและบทบาทของตัวละครว่าให้ข้อคิดหรือให้คติสอนใจในด้านใดหรือเรื่องไหนแก่นักเรียน (ซึ่งเป็นผู้อ่าน)  ตัวละครนั้นเป็นแบบอย่างหรือให้อุทาหรณ์เรื่องใดแก่นักเรียน  ซึ่งนักเรียนสามารถศึกษาได้จากการวิเคราะห์สาระสำคัญของเรื่องว่า กวีต้องการสื่อความคิดหรือคติสำคัญข้อใดแก่ผู้อ่านไปด้วย

          ภาระงานนักเรียนระดับชั้น ม.๖  ที่เรียนภาษาไทยกับครูปิยะฤกษ์  :   ให้นักเรียนสรุปคุณค่าและข้อคิดจากเสภาเรื่องขุนช้างขุนแผน ตอนขุนช้างถวายฎีกา  โดยอภิปรายผลที่ตนเองได้รับจากการศึกษาเรียนรู้มาพอสังเขป  (แสดงความคิดเห็นที่เรื่องนี้ได้เลยครับ)

ร่วมการแข่งขันทักษะด้านวิชาการและนันทนาการ ในงานสัปดาห์หนังสือและการเรียนรู้อุบลราชธานี ครั้งที่ ๖

ร่วมการแข่งขันทักษะด้านวิชาการและนันทนาการ  ในงานสัปดาห์หนังสือและการเรียนรู้อุบลราชธานี  ครั้งที่ ๖

                   วันที่ ๑๑ สิงหาคม ๒๕๕๗   ครูภาษาไทย โรงเรียนเขื่องในพิทยาคาร ฝึกซ้อมนักเรียนเพื่อเข้าร่วมการแข่งขันทักษะด้านวิชาการและนันทนาการ  ในงานสัปดาห์หนังสือและการเรียนรู้อุบลราชธานี  ครั้งที่ ๖   “อ่านเพื่อจินตนาการ  ระหว่างวันที่ ๙-๑๗  สิงหาคม  ๒๕๕๗  ณ ศูนย์การเรียนรู้  ชั้น ๔  สุนีย์ทาวเวอร์  รวม ๑๓ รายการ  โดยมีครูผู้ดูแล ๑๑ คน   นักเรียนเข้าร่วมการแข่งขันในครั้งนี้รวม ๑๗ คน  

IMAG1365คลิกที่นี่-เพื่อดูกิจกรรมที่มากกว่า

 

รางวัลที่ได้จากการเข้าร่วมกิจกรรมการแข่งขันทักษะทางวิชาการในครั้งนี้

ตัวอย่างการอ่านทำนองเสนาะ : กลอนดอกสร้อย

ตัวอย่างการอ่านทำนองเสนาะ : กลอนดอกสร้อย

การวิเคราะห์คุณค่าบทอาขยาน : คำนมัสการมาตาปิตุคุณ และคำนมัสการอาจริยคุณ

การวิเคราะห์คุณค่าบทอาขยาน : คำนมัสการมาตาปิตุคุณ และคำนมัสการอาจริยคุณ 

          ให้นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๔  ที่เรียนวิชาภาษาไทยกับครูปิยะฤกษ์  ทำการวิเคราะห์คุณค่าบทอาขยาน  คำนมัสการมาตาปิตุคุณ และคำนมัสการอาจริยคุณ  และเขียนวิเคราะห์คุณค่าลงในกระดาษรายงานส่งคุณครู ภายในวันที่ ๒๒ สิงหาคม ๒๕๕๗  ครับ

บทอาขยาน คำนมัสการมาตาปิตุคุณ

         ข้าขอนบชนกคุณ          ชนนีเป็นเค้ามูล

ผู้กอบนุกูลพูน                       ผดุงจวบเจริญวัย

         ฟูมฟักทะนุถนอม          บ บำราศนิราไกล

แสนยากเท่าไรไร                    บ คิดยากลำบากกาย

         ตรากทนระคนทุกข์        ถนอมเลี้ยง ฤ รู้วาย

ปกป้องซึ่งอันตราย                  จนได้รอดเป็นกายา

         เปรียบหนักชนกคุณ       ชนนีคือภูผา

ใหญ่พื้นพสุนธรา                    ก็ เทียบ บ เทียมทัน

         เหลือที่จะแทนทด         จะสนองคุณานันต์

แท้บูชไนยอัน                        อุดมเลิศประเสริฐคุณ

บทอาขยาน คำนมัสการอาจริยคุณ

         อนึ่งข้าคำนับน้อม          ต่อพระครูผู้การุณ

โอบเอื้อและเจือจุน                  อนุสาสน์ทุกสิ่งสรรพ์

         ยัง บ ทราบก็ได้ทราบ     ทั้งบุญบาปทุกสิ่งอัน

ชี้แจงและแบ่งปัน                   ขยายอัตถ์ให้ชัดเจน

         จิตมากด้วยเมตตา         และกรุณา บ เอียงเอน

เหมือนท่านมาแกล้งเกณฑ์          ให้ฉลาดและแหลมคม

         ขจัดเขลาบรรเทาโม-      หะจิตมืดที่งุนงม

กังขา ณ อารมณ์                    ก็สว่างกระจ่างใจ

         คุณส่วนนี้ควรนับ          ถือว่าเลิศ ณ แดนไตร

ควรนึกและตรึกใน                  จิตน้อมนิยมชม

การใช้ พลาง – พราง ในข้อความเพื่อสื่อความหมาย

การใช้ พลางพราง ในข้อความเพื่อสื่อความหมาย

      วันนี้ขอเสนอเกร็ดความรู้ภาษาไทยที่หลายคนมองข้าม การใช้ พลาง หรือพราง ในข้อความเพื่อสื่อความหมาย การที่ออกเสียงคำว่า พลาง หรือ พราง ก็ดี หากออกเสียงคำใดคำหนึ่งผิดก็จะทำให้ความหมายเปลี่ยนทันที ดังนั้น มาเริ่มทำความรู้จักความหมายของคำสองคำนี้กัน ครับ

      พลาง เป็นคำวิเศษณ์ พลาง หมายถึง ในระยะเวลาเดียวกัน (มักใช้กับกริยาที่ควบคู่กัน) เช่น น้องต่างพลางกินพลางเล่น หรือหมายถึง ชั่วระหว่างเวลา (ที่ยังไม่พร้อมหรือยังไม่ถึงกำหนดเป็นต้น) เช่น ให้ใช้ข้อบังคับตามกำหนดนี้ไปพลางก่อน, อบอุ่นร่างกายรอไปพลางก่อนกรรมการเรียกลงสนามแข่งขันฟุตบอล เป็นต้น ส่วน

     พราง เป็นคำกริยา พราง หมายถึง ทำให้เข้าใจเป็นอื่น, ทำให้เลือน เช่น ทหารพรางตัวด้วยการใช้ชุดลายพราง เป็นต้นครับ

     ดังนั้น ควรใช้คำสองคำนี้ให้ถูกต้องด้วยการออกเสียงและเขียนสะกดคำให้ถูกต้องตรงตามความหมายที่ต้องการสื่อสาร ปัญหาจากการสื่อสารก็จะไม่เกิดขึ้นแน่นอนครับ

โดย

ครูปิยะฤกษ์  บุญโกศล