เสภาเรื่องขุนช้างขุนแผน ตอนขุนช้างถวายฎีกา

เสภาเรื่องขุนช้างขุนแผน ตอนขุนช้างถวายฎีกา

          เสภาเรื่องขุนช้างขุนแผน ตอนขุนช้างถวายฎีกา ตอนนี้ไม่ปรากฏผู้แต่งแน่ชัด  แต่งด้วยคำประพันธ์ประเภทกลอนสุภาพ  ใช้ในการเล่าเรื่องราวเพื่อขับเสภา   เรื่องนี้สะท้อนภาพสังคมและวัฒนธรรมไทยสมัยอยุธยาและรัตนโกสินทร์ตอนต้น และยังให้ข้อคิดที่มีคุณค่า เพื่อนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง

          ในการศึกษาสภาพสังคมและวัฒนธรรมในวรรณคดีเรื่องนี้มีความสำคัญตรงที่จะช่วยให้นักเรียนได้ตระหนักถึงคุณค่าของวรรณคดีมากยิ่งขึ้น  วรรณคดีไม่เพียงแต่มีคุณค่าด้านวรรณศิลป์ แต่ยังมีคุณค่าด้านสังคมและวัฒนธรรม  นอกจากนี้นักเรียนยังได้รับความรู้เกี่ยวกับสภาพสังคมวัฒนธรรมในสมัยอดีตอีกด้วย  ซึ่งรายละเอียดบางอย่างอาจไม่มีบันทึกไว้ในเอกสารประวัติศาสตร์อย่างชัดเจน     แต่ผู้ประพันธ์ก็ได้สะท้อนและบันทึกไว้ในวรรณคดีอีกทางหนึ่ง

          ในการวิเคราะห์และสังเคราะห์ข้อคิดจากวรรณคดีเรื่องนี้นักเรียนสามารถศึกษาได้จากการพิจารณาพฤติกรรมและบทบาทของตัวละครว่าให้ข้อคิดหรือให้คติสอนใจในด้านใดหรือเรื่องไหนแก่นักเรียน (ซึ่งเป็นผู้อ่าน)  ตัวละครนั้นเป็นแบบอย่างหรือให้อุทาหรณ์เรื่องใดแก่นักเรียน  ซึ่งนักเรียนสามารถศึกษาได้จากการวิเคราะห์สาระสำคัญของเรื่องว่า กวีต้องการสื่อความคิดหรือคติสำคัญข้อใดแก่ผู้อ่านไปด้วย

          ภาระงานนักเรียนระดับชั้น ม.๖  ที่เรียนภาษาไทยกับครูปิยะฤกษ์  :   ให้นักเรียนสรุปคุณค่าและข้อคิดจากเสภาเรื่องขุนช้างขุนแผน ตอนขุนช้างถวายฎีกา  โดยอภิปรายผลที่ตนเองได้รับจากการศึกษาเรียนรู้มาพอสังเขป  (แสดงความคิดเห็นที่เรื่องนี้ได้เลยครับ)

Posted on สิงหาคม 12, 2014, in ความรู้คู่ปัญญา, เสภาเรื่องขุนช้างขุนแผน and tagged , . Bookmark the permalink. 335 ความเห็น.

  1. 1. เรื่องนี้สะท้อนภาพสังคมและวัฒนธรรมไทยสมัยอยุธยาและรัตนโกสินทร์ตอนต้น
    2.มีข้อคิดที่มีคุณค่า เพื่อนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง
    3.ทำให้เราตระหนักถึงคุณค่าของวรรณคดีมากยิ่งขึ้น
    4.ได้ความรู้เกี่ยวกับสภาพสังคมวัฒนธรรมในสมัยอดีต
    5.ในอดีดผู้ชายมีการถวายตัวเพื่อเข้ารับราชการ

  2. ตอนขุนช้างถวายฎีกา โดยการวิเคราะห์คุณค่าและข้อคิดเรื่องแล้วสรุปคุณค่าและข้อคิดได้ดังนี้
    1. เรื่องนี้สะท้อนภาพสังคมและวัฒนธรรมไทยสมัยอยุธยาและรัตนโกสินทร์ตอนต้น
    2.มีข้อคิดที่มีคุณค่า เพื่อนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง
    3.ทำให้เราตระหนักถึงคุณค่าของวรรณคดีมากยิ่งขึ้น
    4.ได้ความรู้เกี่ยวกับสภาพสังคมวัฒนธรรมในสมัยอดีต
    5.ในอดีดผู้ชายมีการถวายตัวเพื่อเข้ารับราชการ

  3. เรื่องขุนช้างขุนแผน ตอนขุนช้างถวายฎีกา โดยการวิเคราะห์คุณค่าและข้อคิดเรื่องแล้วสรุปคุณค่าและข้อคิดได้ดังนี้
    1.สะท้อนภาพสังคมและวัฒนธรรมไทยสมัยอยุธยาและรัตนโกสินทร์ตอนต้น
    2.มีข้อคิดที่มีคุณค่า เพื่อนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง
    3.ทำให้เราตระหนักถึงคุณค่าของวรรณคดีมากยิ่งขึ้น
    4.ได้ความรู้เกี่ยวกับสภาพสังคมวัฒนธรรมในสมัยอดีต
    5.ในอดีดผู้ชายมีการถวายตัวเพื่อเข้ารับราชการ
    6.มีข้อคิดในหลายๆด้าน เช่นค้านสังคม คือความเป็นอยู่ของคนในอดีต
    7.ได้รู้เกี่ยวกับขนบธรรมเนียม ประเพณี

  4. คุณค่าที่ได้รับจากการอ่านเสภาเรื่องขุนช้างขุนแผน
    ตอนขุนช้างถวายฎีกา ได้แก่
    -ทำให้รู้ว่าคนที่เป็นแม่ สามารถทำทุกอย่างได้เพื่อลูก
    -เมื่อทำการสิ่งใดควรคำนึงถึงผลที่ตามมา ควรพิจารณาให้รอบคอบ
    -บ้านเมืองมีกฎหมาย ควรทำตาม ไม่ใช่ทำตามใจตัวเอง
    -เมื่อเรามียศมีชื่อเสียง เราก็ต้องเกรงใจผู้อื่น ไม่ใช่คิดว่าตนใหญ่
    เลยทำอะไรตามอำเภอใจของตน
    -ทำให้นึกถึงข้อคิดที่ว่า ที่ใดมีรัก ที่นั่นมีทุกข์

  5. ศึกษาเรื่องนี้แล้วทำให้มีความเห็นว่าชีวิตของเรานั้นมันไม่แน่นอนเสมอไปเลย และยังได้รู้ถึงเสภาขุนช้างขุนแผนยิ่งมากขึ้น
    อย่างเช่น ได้รู้จักผู้แต่งกลอน ในเรื่องราวขับเสภาสะท้อนให้เห็นภาพสังคมและวัฒนธรรมไทยสมัยอยุธยาและรัตนโกสินทร์ตอนต้น มีข้อคิดและมีการนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ ด้วยจ้า ^^

  6. ได้รู้จักตัวละคร ในเรื่องขุนช้างขุนแผนมากขึ้นครับ

  7. ข้อคิดที่ได้จากเรื่องนี้ คือ
    1.ความรักที่แม่มีต่อลูก แม่ยอมที่จะเสียสละเพื่อลูก
    2.การเคารพกฎหมายของบ้านเมือง
    3.สะท้อนวิถีการดำเนินชีวิตของคนสมัยก่อน
    4.ขุนนางในสมัยนั้นมีความจงรักภักดีต่อกษัตริย์ ค่ะ

  8. เสภาเรื่องขุนช้างขุนแผน ตอนขุนช้างถวายฎีกา ตอนนี้ไม่ปรากฏผู้แต่งแน่ชัด แต่งด้วยคำประพันธ์ประเภทกลอนสุภาพ ใช้ในการเล่าเรื่องราวเพื่อขับเสภา เรื่องนี้สะท้อนภาพสังคมและวัฒนธรรมไทยสมัยอยุธยาและรัตนโกสินทร์ตอนต้น และยังให้ข้อคิดที่มีคุณค่า เพื่อนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง
    1. เรื่องนี้สะท้อนภาพสังคมและวัฒนธรรมไทยสมัยอยุธยาและรัตนโกสินทร์ตอนต้น
    2.มีข้อคิดที่มีคุณค่า เพื่อนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง
    3.ทำให้เราตระหนักถึงคุณค่าของวรรณคดีมากยิ่งขึ้น
    4.ได้ความรู้เกี่ยวกับสภาพสังคมวัฒนธรรมในสมัยอดีต ครับ

  9. จากที่ได้อ่านนะค่ะ
    สิ่งไหนที่ได้มาโดยไม่ชอบธรรมย้อมทำให้เราไม่มีความสุข

  10. จากการศึกษาเรื่อง ขุนช้าง ขุนแผน จะเห็นว่าเป็นวรรณคดีที่มีคุณค่าในตัวเอง ทั้งยังให้คุณค่าในฐานะภาพจำลองของสังคมการเมือง และวัฒนธรรม โดยสอดแทรกความรู้แฝงไว้ในเนื้อเรื่องให้เราได้เรียนรู้ไปพร้อมๆกันกับความสนุกสนานที่ได้รับจากการดำเนินเรื่อง เช่น
    – แสดงค่านิยมและความเชื่อของคนในสังคมสมัยอยุธยา แม้ว่าไม่อาจจะประเมินข้อเท็จจริงทางสังคมได้เช่นเดียวกันกับเอกสารทางประวัติศาสตร์
    – ค่านิยมความเชื่อเรื่องบาปกรรม เชื่อว่าความทุกข์ยาก เดือดร้อนด้วยเหตุต่างๆ นั้น เป็นผลมาจากกรรมเก่าที่ทำไว้
    – ค่านิยมความเชื่อในจารีตประเพณี ที่ปฏิบัติสืบต่อกันมา เช่น หญิงต้องมีสามีคนเดียว หญิงที่มีสามีหลายคนหรือมีสามีแล้วไปเป็นชู้กับชายอื่น ก็จะถูกตราหน้าว่า เป็นหญิงแพศยาหรือกาลกิณี ไม่มีความเจริญ ค่ะ

  11. จากการศึกษาเรื่อง ขุนช้าง ขุนแผน จะเห็นว่าเป็นวรรณคดีที่มีคุณค่าในตัวเอง ทั้งยังให้คุณค่าในฐานะภาพจำลองของสังคมการเมือง และวัฒนธรรม โดยสอดแทรกความรู้แฝงไว้ในเนื้อเรื่องให้เราได้เรียนรู้ไปพร้อมๆกันกับความสนุกสนานที่ได้รับจากการดำเนินเรื่อง เช่น
    – แสดงค่านิยมและความเชื่อของคนในสังคมสมัยอยุธยา แม้ว่าไม่อาจจะประเมินข้อเท็จจริงทางสังคมได้เช่นเดียวกันกับเอกสารทางประวัติศาสตร์
    – ค่านิยมความเชื่อเรื่องบาปกรรม เชื่อว่าความทุกข์ยาก เดือดร้อนด้วยเหตุต่างๆ นั้น เป็นผลมาจากกรรมเก่าที่ทำไว้
    – ค่านิยมความเชื่อในจารีตประเพณี ที่ปฏิบัติสืบต่อกันมา เช่น หญิงต้องมีสามีคนเดียว หญิงที่มีสามีหลายคนหรือมีสามีแล้วไปเป็นชู้กับชายอื่น ก็จะถูกตราหน้าว่า เป็นหญิงแพศยาหรือกาลกิณี ไม่มีความเจริญ ค่ะ

  12. คุณค่าเรื่องนี้ได้สะท้อนภาพสังคมและวัฒนธรรมไทยสมัยอยุธยาและรัตนโกสินทร์ตอนต้นได้ตระหนักถึงคุณค่าของวรรณคดีมากยิ่งขึ้น วรรณคดีไม่เพียงแต่มีคุณค่าด้านวรรณศิลป์ แต่ยังมีคุณค่าด้านสังคมและวัฒนธรรม
    ข้อคิด ได้เห็นความรักความผูกผันของลูกที่มีต่อแม่และแม่ที่มีต่อลูกค่ะ

  13. คุณค่าเรื่องนี้ได้สะท้อนภาพสังคมและวัฒนธรรมไทยสมัยอยุธยาและรัตนโกสินทร์ตอนต้นได้ตระหนักถึงคุณค่าของวรรณคดีมากยิ่งขึ้น วรรณคดีไม่เพียงแต่มีคุณค่าด้านวรรณศิลป์ แต่ยังมีคุณค่าด้านสังคมและวัฒนธรรม
    ข้อคิด ได้เห็นความรักความผูกผันของลูกที่มีต่อแม่และแม่ที่มีต่อลูกค่ะ

  14. เนื้อหาดีมากครับ

  15. ได้ความรู็มากค่ะ ได้เอามาปรับไช้ในชีวิตจิงด้วย ได้รู้จักคุณค่ามากมายและยังสะท้อนถึงวิถีชีวิตของคนในสมัยก่อนด้วย

  16. ได้ความรู้เกี่ยวกับเสภาเรื่องขุนช้างขุนแผน
    อย่างเช่น คุนค่าของสังคมและวัฒนธรรมไทยในสมัยอยุธยาและรัตนโกสินทร์ตอนต้น 1สมัยก่อนจะใช้สมุนไพรรักษาแผล

  17. จากการที่อ่านมาแล้ว เสภาขุนช้างขุนแผน สะท้อนค่านิยมของคนในสังคม เสภาเรื่อง ขุนช้างขุนแผน สะท้อน ค่านิยมของสังคม ไทยหลายประการ เช่น

    ค่านิยมเกี่ยวกับการมีสัมมาคารวะ พลายงามรู้จัก แสดงความเคารพ นบน้อมมีสัมมาคารวะ แม้จะอยู่ใน สถานการณ์ที่ทำให้ ขุ่นเคืองใจ แต่เมื่อมา เห็นมารดาก็ยังระลึกถึง พระคุณเข้า ไปกราบไหว้

  18. จากการอ่านบทความข้าพเจ้าคิดว่า สังคมไทยไม่นิยมสตรีเยี่ยงนางวันทอง คือมีสามีสองคน ในเวลาเดียวกัน แม้โดยแท้จริงแล้วการที่มีสามีสองคนนั้นมิใช่เกิดจากความปรารถนาของนางเอง แต่จุกนี้สังคมกลับมองข้าม เห็นแต่เพียงผิวเผินว่านางน่ารังเกียจ
    ในทางตรงกันข้าม ค่านิยมเกี่ยวกับการมีภรรยาหลายคนในเวลาเดียวกัน กลับปรากฎในหมู่คนชั้นสูง โดยฌฉพาะ ผู้มียศฐาบรรดาศักดิ์ของไทย แต่สังคมไม่รังเกียจ กลับนิยมยกย่อง เพราะค่านิยมกำหนดว่าลักษระเช่นนี้เป็นเครื่องเสริมบารมีและความเป็นบุรุษอาชาไนยให้มากยิ่งขึ้นค่ะ

  19. จากที่ได้อ่านเสภาเรื่องขขุนช้างขุนแผนแล้ว ทำให้ทราบว่า การที่ถึงเราจะได้ในสิ่งที่เราปรารถนา ซึ่งได้มาด้วยความไม่ถูกต้อง ก็ไม่มีความสุขอยู่ดี ครับ

  20. คุณค่าที่ได้รับจากการอ่านเสภาเรื่องขุนช้างขุนแผน
    ตอนขุนช้างถวายฎีกา ได้แก่
    -ทำให้รู้ว่าคนที่เป็นแม่ สามารถทำทุกอย่างได้เพื่อลูก
    -เมื่อทำการสิ่งใดควรคำนึงถึงผลที่ตามมา ควรพิจารณาให้รอบคอบ
    -บ้านเมืองมีกฎหมาย ควรทำตาม ไม่ใช่ทำตามใจตัวเอง
    -เมื่อเรามียศมีชื่อเสียง เราก็ต้องเกรงใจผู้อื่น ไม่ใช่คิดว่าตนใหญ่
    เลยทำอะไรตามอำเภอใจของตน
    -ทำให้นึกถึงข้อคิดที่ว่า ที่ใดมีรัก ที่นั่นมีทุกข์

  21. จากที่ข้าพเจ้าได้อ่านเสภาเรื่องขุนช้างขุนแผน ตอนขุนช้างถวายฎีกา จึงวิเคราะห์ถึงคุณค่าที่ได้รับ ดังนี้
    – ได้เรียนรู้เกี่ยวกับการดำเนินชีวิของคนในสมัยอยุธยาและรัตนโกสินทร์ตอนต้น
    – สะท้อนให้เห็นถึงบทบาทของผู้ปกครองดูแลบ้านเมือง
    – ทำให้รู้ว่าค่านิยมของผู้หญิงสมัยก่อนว่าต้องมีสามีเพียงคนเดียว
    – สะท้อนค่านิยมเกี่ยวกับความเชื่อของคนในสมัยก่อน

    และข้อคิดที่ได้
    – ได้ข้อคิดที่ว่า ที่ใดมีรัก ที่นั่นมีทุกข์
    – ทำให้รู้ว่าความรักของคนเป็นแม่ว่ายิ่งใหญ่มากขนาดไหน
    – ควรปฏิบัติตามกฎหมายบ้านเมือง
    – จะทำอะไรก็ควรคิดไตร่ตรองถึงผลที่จะตามมาในภายหลัง

    ค่ะ ^^

ส่งความเห็นที่ Jureepon Seetapak ยกเลิกการตอบ

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: