เสภาเรื่องขุนช้างขุนแผน ตอนขุนช้างถวายฎีกา

เสภาเรื่องขุนช้างขุนแผน ตอนขุนช้างถวายฎีกา

          เสภาเรื่องขุนช้างขุนแผน ตอนขุนช้างถวายฎีกา ตอนนี้ไม่ปรากฏผู้แต่งแน่ชัด  แต่งด้วยคำประพันธ์ประเภทกลอนสุภาพ  ใช้ในการเล่าเรื่องราวเพื่อขับเสภา   เรื่องนี้สะท้อนภาพสังคมและวัฒนธรรมไทยสมัยอยุธยาและรัตนโกสินทร์ตอนต้น และยังให้ข้อคิดที่มีคุณค่า เพื่อนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง

          ในการศึกษาสภาพสังคมและวัฒนธรรมในวรรณคดีเรื่องนี้มีความสำคัญตรงที่จะช่วยให้นักเรียนได้ตระหนักถึงคุณค่าของวรรณคดีมากยิ่งขึ้น  วรรณคดีไม่เพียงแต่มีคุณค่าด้านวรรณศิลป์ แต่ยังมีคุณค่าด้านสังคมและวัฒนธรรม  นอกจากนี้นักเรียนยังได้รับความรู้เกี่ยวกับสภาพสังคมวัฒนธรรมในสมัยอดีตอีกด้วย  ซึ่งรายละเอียดบางอย่างอาจไม่มีบันทึกไว้ในเอกสารประวัติศาสตร์อย่างชัดเจน     แต่ผู้ประพันธ์ก็ได้สะท้อนและบันทึกไว้ในวรรณคดีอีกทางหนึ่ง

          ในการวิเคราะห์และสังเคราะห์ข้อคิดจากวรรณคดีเรื่องนี้นักเรียนสามารถศึกษาได้จากการพิจารณาพฤติกรรมและบทบาทของตัวละครว่าให้ข้อคิดหรือให้คติสอนใจในด้านใดหรือเรื่องไหนแก่นักเรียน (ซึ่งเป็นผู้อ่าน)  ตัวละครนั้นเป็นแบบอย่างหรือให้อุทาหรณ์เรื่องใดแก่นักเรียน  ซึ่งนักเรียนสามารถศึกษาได้จากการวิเคราะห์สาระสำคัญของเรื่องว่า กวีต้องการสื่อความคิดหรือคติสำคัญข้อใดแก่ผู้อ่านไปด้วย

          ภาระงานนักเรียนระดับชั้น ม.๖  ที่เรียนภาษาไทยกับครูปิยะฤกษ์  :   ให้นักเรียนสรุปคุณค่าและข้อคิดจากเสภาเรื่องขุนช้างขุนแผน ตอนขุนช้างถวายฎีกา  โดยอภิปรายผลที่ตนเองได้รับจากการศึกษาเรียนรู้มาพอสังเขป  (แสดงความคิดเห็นที่เรื่องนี้ได้เลยครับ)

Posted on สิงหาคม 12, 2014, in ความรู้คู่ปัญญา, เสภาเรื่องขุนช้างขุนแผน and tagged , . Bookmark the permalink. 335 ความเห็น.

  1. คุณค่าที่ได้รับจากการอ่านเสภาเรื่องขุนช้างขุนแผน
    ตอนขุนช้างถวายฎีกา ได้แก่
    – ทำให้เราได้เรียนรู้เกี่ยวกับชีวิตความเป็นอยู่ของคนในสมัยอยุธยาและรัตนโกสินทร์ตอนต้น
    – ทำให้รู้ว่าตัวละครแต่ละตัวมีนิสัยเป็นอย่างไร
    -สะท้อนค่านิยมเกี่ยวกับความเชื่อ ทั้งความฝัน ไสยศาสตร์ เรื่องกรรม
    -สะท้อนให้เห็นถึงบทบาทของผู้ปกครองเมือง กฎหมายของบ้านเมือง
    -ทำให้รู้บทบาทของสตรี และค่านิยมของสตรีที่ว่าต้องมีสามีเดียว
    -ทำให้รู้ถึงการแต่งกายของคนในสมัยนั้น ดังตอนที่ว่า ลุกขึ้นถกเขมรร้องเกณฑ์ไป
    ข้อคิดที่ได้
    -ทำให้รู้ว่าคนที่เป็นแม่ สามารถทำทุกอย่างได้เพื่อลูก
    -เมื่อทำการสิ่งใดควรคำนึงถึงผลที่ตามมา ควรพิจารณาให้รอบคอบ
    -บ้านเมืองมีกฎหมาย ควรทำตาม ไม่ใช่ทำตามใจตัวเอง
    -เมื่อเรามียศมีชื่อเสียง เราก็ต้องเกรงใจผู้อื่น ไม่ใช่คิดว่าตนใหญ่
    เลยทำอะไรตามอำเภอใจของตน
    -ทำให้นึกถึงข้อคิดที่ว่า ที่ใดมีรัก ที่นั่นมีทุกข์
    ค่ะ

  2. จากการที่อ่านมาแล้ว เสภาขุนช้างขุนแผน สะท้อนค่านิยมของคนในสังคม เสภาเรื่อง ขุนช้างขุนแผน สะท้อน ค่านิยมของสังคม ไทยหลายประการ เช่น

    ค่านิยมเกี่ยวกับการมีสัมมาคารวะ พลายงามรู้จัก แสดงความเคารพ นบน้อมมีสัมมาคารวะ แม้จะอยู่ใน สถานการณ์ที่ทำให้ ขุ่นเคืองใจ แต่เมื่อมา เห็นมารดาก็ยังระลึกถึง พระคุณเข้า ไปกราบไหว้

    ค่านิยมเกี่ยวกับผู้หญิงต้องมีสามีคนเดียว ไม่นิยมผู้หญิงที่มี พฤติกรรมเยี่ยง นางวันทองคือสามีสองคน ในเวลา เดียวกัน แม้โดยจริง แท้แล้วการ ที่นางต้องมี สามีสองคน นั้นมิใช่เกิด จากความปรารถนาของนางเอง แต่ในจุดนี้สังคม ก็มองข้ามเห็นได้ แต่เพียงผิวเผิน ว่านางเป็น คนที่ ไม่น่านิยม น่ารังเกียจ คำพิพากษาให้ได้รับพระราชอาญา ถึงประหารย่อมเป็นยืนยันถึงผลของค่านิยมด้านนี้ของสังคมไทย

  3. จากการศึกษาเรื่องขุนช้างขุนแผน ตอนขุนช้างถวายฎีกา โดยการวิเคราะห์คุณค่าและข้อคิดเรื่องแล้วสรุปคุณค่าและข้อคิดได้ดังนี้
    1. เรื่องนี้สะท้อนภาพสังคมและวัฒนธรรมไทยสมัยอยุธยาและรัตนโกสินทร์ตอนต้น
    2.มีข้อคิดที่มีคุณค่า เพื่อนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง
    3.ทำให้เราตระหนักถึงคุณค่าของวรรณคดีมากยิ่งขึ้น
    4.ได้ความรู้เกี่ยวกับสภาพสังคมวัฒนธรรมในสมัยอดีต
    5.ในอดีดผู้ชายมีการถวายตัวเพื่อเข้ารับราชการ
    6.มีข้อคิดในหลายๆด้าน เช่นค้านสังคม คือความเป็นอยู่ของคนในอดีต
    7.ได้รู้เกี่ยวกับขนบธรรมเนียม ประเพณี
    8.มีการใช้สมุนไพรเป็นยาในการรักษาแผล และเป็นยาที่ใช้กิน ค่ะ

  4. จากการศึกษาเรื่อง ขุนช้าง ขุนแผน จะเห็นว่าเป็นวรรณคดีที่มีคุณค่าในตัวเอง ทั้งยังให้คุณค่าในฐานะภาพจำลองของสังคมการเมือง และวัฒนธรรม โดยสอดแทรกความรู้แฝงไว้ในเนื้อเรื่องให้เราได้เรียนรู้ไปพร้อมๆกันกับความสนุกสนานที่ได้รับจากการดำเนินเรื่อง เช่น
    – แสดงค่านิยมและความเชื่อของคนในสังคมสมัยอยุธยา แม้ว่าไม่อาจจะประเมินข้อเท็จจริงทางสังคมได้เช่นเดียวกันกับเอกสารทางประวัติศาสตร์
    – ค่านิยมความเชื่อเรื่องบาปกรรม เชื่อว่าความทุกข์ยาก เดือดร้อนด้วยเหตุต่างๆ นั้น เป็นผลมาจากกรรมเก่าที่ทำไว้
    – ค่านิยมความเชื่อในจารีตประเพณี ที่ปฏิบัติสืบต่อกันมา เช่น หญิงต้องมีสามีคนเดียว หญิงที่มีสามีหลายคนหรือมีสามีแล้วไปเป็นชู้กับชายอื่น ก็จะถูกตราหน้าว่า เป็นหญิงแพศยาหรือกาลกิณี ไม่มีความเจริญ ค่ะ

  5. จากการเรียนรู้เรื่อง ขุนช้างขุนแผน ตอนขุนช้างถวายฎีกา ได้คุณค่าจากการอ่านเรื่องอย่างเช่น
    ลักษณะทางสังคม ตอนขุนช้างถวายฎีกา เป็นตอนที่ชะตาชีวิตของนางวันทองตกต่ำถึงที่สุด คือ ถูกพระพันวษาพิพากษาให้ประหารชีวิต ซึ่งจะเป็นตอนที่มีหลากหลายอารมณ์ ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่อยู่ในสถานภาพใดในสังคม กษัตริย์ สามี ภรรยา มารดา บุตร ตัวละครในตอนนี้แทบทุกคัวมีบทบาทสำคัญ แต่ที่เด่นที่สุดมี ๒ ตัว คือ สมเด็จพระพันวษาและ นางวันทอง จากเนื้อเรื่องผู้ที่น่ารเห็นใจไม่เพียงแต่นางวันทองเท่านั้น สมเด็จพระพันวษาก็เป็นอีกผู้หนึ่งที่น่าเห็นใจ เนื่องจากฝ่ายหนึ่งถูกสั่งประหารและอีกฝ่ายหนึ่งเป็นฝ่ายสั่งประหารชีวิต

  6. จากการได้ศึกษาเรื่องขุนช้างขุนแผน ทำให้ได้เห็นค่านิยมและวัฒนธรรมของผู้คนในสมัยก่อน
    คุณค่าที่ได้จากเรื่อง คือ
    – ความรักของแม่ที่มีต่อลูก
    – ค่านิยมในสมัยนั้น
    – การเคารพกฎหมายบ้านเมือง
    – การปฏบัติตนในสิ่งที่ถูกต้องดีงาม ค่ะ

  7. จากการอ่านบทความข้าพเจ้าคิดว่า สังคมไทยไม่นิยมสตรีเยี่ยงนางวันทอง คือมีสามีสองคน ในเวลาเดียวกัน แม้โดยแท้จริงแล้วการที่มีสามีสองคนนั้นมิใช่เกิดจากความปรารถนาของนางเอง แต่จุกนี้สังคมกลับมองข้าม เห็นแต่เพียงผิวเผินว่านางน่ารังเกียจ
    ในทางตรงกันข้าม ค่านิยมเกี่ยวกับการมีภรรยาหลายคนในเวลาเดียวกัน กลับปรากฎในหมู่คนชั้นสูง โดยฌฉพาะ ผู้มียศฐาบรรดาศักดิ์ของไทย แต่สังคมไม่รังเกียจ กลับนิยมยกย่อง เพราะค่านิยมกำหนดว่าลักษระเช่นนี้เป็นเครื่องเสริมบารมีและความเป็นบุรุษอาชาไนยให้มากยิ่งขึ้น

  8. คุณค่าเรื่องนี้คือสะท้อนภาพสังคมและวัฒนธรรมไทยสมัยอยุธยาและรัตนโกสินทร์ตอนต้นได้ตระหนักถึงคุณค่าของวรรณคดีมากยิ่งขึ้น วรรณคดีไม่เพียงแต่มีคุณค่าด้านวรรณศิลป์ แต่ยังมีคุณค่าด้านสังคมและวัฒนธรรม
    ข้อคิดคือ ความเป็นลูกและแม่มีสายใยต่อกัน มีความผูกผัน มีความรัก มีความกตัญญู รักและอยากอยู่ด้วยกัน ค่ะ

  9. สิ่งที่ได้จากการอ่านเสภาขุนช้าางขุนแผน
    ความกตัญญูต๋อบิดามารดา ค่านิยมและวัฒนธรรมที่แตกต่างค่ะ

  10. แสดงให้เห็นภาพสังคมสมัยก่อนๆ เช่น การพรรณนาให้เห็นภาพความจงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์ ความรักแระหว่างแม่และลูก สะท้อนให้เห็นชีวิต ค่านิยม และความเชื่อ ความเชื่อในเรื่องกฎแห่งกรรม เรื่องไสยสาตร์
    และเรื่องขุนช้างขุนแผนตอน ขุนช้างถวายฎีกานี้ ยังให้ข้อคิดมากมาย เช่น การที่เราจะทำอะไรควรมีสติรอบคอบ และคิดให้ดีเสียก่อน ว่าจะเกิดผลดีและผลเสียอย่างไร จะก่อเกิดความเสียหายแก่ตนเองและผู้อื่นหรือไม่

  11. คุณค่าของเรื่องนี้คือ สะท้อนให้เห็นภาพสังคมและวัฒนธรรมไทยสมัยอยุธยาและรัตนโกสินทร์ตอนต้น ข้อคิดที่มีคุณค่า เพื่อนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตจริงค่ะ

  12. จากการอ่านเรื่องขุนช้างขุนแผน ตอนขุนช้างถวายฎีกาแล้ว
    แสดงให้เห็นว่า แสดงค่านิยมและความเชื่อของคนในสังคมสมัยอยุธยาซึ่งแม้ว่าจะไม่อาจประเมินข้อเท็จจริงทาง
    สังคมได้เช่นเดียวกันกับเอกสารทางประวัติศาสตร์ แต่วรรณคดีเรื่องนี้ก็เป็นภาพสะท้อนที่แสดง
    ให้เห็นโลกทัศน์ของครอบครัวขุนนางในสมัยกรุงศรีอยุธยาและรัตนโกสินทร์ว่ามีความจงรักภักดี
    ต่อองค์พระมหากษัตริย์อย่างสุดสูงเพียงใด
    สะท้อนให้ว่าในสังคมสมัยนั้นมีการปกครองระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์
    ครับ

  13. เสภาเรื่องนี้สะท้อนภาพสังคมและวัฒนธรรมไทยสมัยอยุธยาและสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น และยังให้ข้อคิดที่มีคุณค่าเกี่ยวกับการดำเนินชีวิตในสังคมในสมัยนั้น
    ข้อคิดที่ได้จากเรื่องนี้ คือ
    1.ความรักที่แม่มีต่อลูก แม่ยอมที่จะเสียสละเพื่อลูก
    2.ขุนนางในสมัยนั้นมีความจงรักภักดีต่อกษัตริย์
    3.เคารพกฎหมายบ้านเมือง
    ขอบคุณคร่า^^

  14. ๑. ความกตัญญูเป็นเครื่องหมายของคนดี เราจึงควรมีความกตัญญูต่อบิดามารดาผู้ที่ให้ กำเนิดเรามา

    ๒. การศึกษาเป็นสิ่งสำคัญสมัยก่อนเด็กผู้ชายจะเรียนหนังสือที่วัด

    ๓. วัดเป็นสถานที่ผูกพันกับชีวิตของคนไทยตั้งแต่อดีต จนถึงปัจจุบัน

    ๔. ในสมัยก่อนจะมีการมัดจุกโกนจุกและนุ่งโจงกระเบนผูกขวัญรับขวัญ

    ๕. ผู้ชายมีการถวายตัวเข้ารับราชการ

    ๖. สมัยก่อนจะใช้สมุนไพรรักษาแผล และมีความเชื่อในสิ่งศักดิ์สิทธิ์

    ๗. สมัยก่อนเดินทางโดยเท้า และการขี่ม้า

    ๘. พ่อแม่ทุกคนรักลูกและ ยอมเสียสละทุกอย่างเพื่อลูกได้

  15. ในการศึกษาสภาพสังคมและวัฒนธรรมในวรรณคดีเรื่องนี้ช่วยให้ดิฉันได้ตระหนักถึงคุณค่าของวรรณคดีมากยิ่งขึ้น วรรณคดีไม่เพียงแต่มีคุณค่าด้านวรรณศิลป์ แต่ยังมีคุณค่าด้านสังคมและวัฒนธรรม นอกจากนี้นักเรียนยังได้รับความรู้เกี่ยวกับสภาพสังคมวัฒนธรรมในสมัยอดีตอีกด้วย ซึ่งรายละเอียดบางอย่างอาจไม่มีบันทึกไว้ในเอกสารประวัติศาสตร์อย่างชัดเจน แต่ผู้ประพันธ์ก็ได้สะท้อนและบันทึกไว้ในวรรณคดีอีกทางหนึ่งอีกด้วยค่ะ

  16. ได้รับความรู้มากเลยค่ะ และสามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันและการอยู่ร่วมกันในสังคมได้ค่ะ

  17. จากการอ่านเรื่องขุนช้างขุนแผน ตอนขุนช้างถวายฎีกา ทำให้แสดงถึงภาพสังคมในสมัยก่อนที่พรรณาถึงความจงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์การที่ทำตามกฎระเบียบของสังคมนั้น ซึ่งพระมหากษัตริย์ได้ทรงปกครองได้ทั่วถึงมีการสะท้อนให้เห็นภาพครอบครัวนั้นว่าจะต้องรักเดียวใจเดียวไม่คิดที่จะเลือกสองฝ่ายซึ่งถ้าตัดสินใจไม่ถูกและเลือกทั้งสองฝ่ายจะทำให้เกิดผลร้ายตามมา

  18. จากที่ได้อ่านและทำความเข้าใจ ในเรื่องขุนช้างขุนแผน ตอนถวายฏีกา ทำให้ทราบว่าในสมัยในสมัยก่อนมีความจงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์เป็นอย่างมาก
    และยังสะท้องให้เห็นในด้านครอบครัว ว่าจะต้องมีรักดียวใจเดียว

    ดิฉัน นางสาว ขัตติยา สังขพันธ์ ม.6/5 เลขที่42

  19. จากการอ่านเรื่องขุนช้างขุนแผน ตอนถวายฎีกา
    แสดงค่านิยมทำนองนี้ไว้มากมายเกือบจะตลอดทั้งเรื่อง ตัวละครดำเนินชีวิตไปภายใต้อิทธิพลของไสยศาสตร์และโหราศาสตร์ เหมือนเรื่องเก่าๆของชาติต่างๆมากมาย ความรู้สึกนึกคิดของตัวละครในบางครั้งขึ้นอยู่กับความเชื่อทางด้านนี้ และแสดงให้เห็นในเนื้อเรื่องว่าความรู้ทางด้านนี้ก็ทำให้เกิดความสำเร็จในการประกอบกิจกรรมหลายประการค่ะ

  20. จากการอ่านเรืองขุนช้างขุนแผน ตอนถวายฏีกาได้รู้ถึงความเป็นอยู่ แบบแผนของการดำเนินชีวิต ในเรื่องนี้มีปรัชญาและความจริงของชีวิตปรากฎอยู่มากสภาพการดำเนินชีวิตของคนในเมืองหลวงและในชนบทเป็นอย่างไร ในเรื่องขุนช้างขุนแผนกล่าวไว้อย่างละเอียด แสดงแนวความคิดของคนโบราณทั้งชายและหญิง ซึ่งเราอาจยึดถือเป็นแนวทางการดำเนินชีวิตปัจจุบันได้ดี เช่น ชายมีความจงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์ หญิงมีความซื่อสัตย์จงรักภักดีและเชื่อฟังอยู่ในโอวาทของสามี การเป็นคนมีความกตัญญูรู้คุณ เห็นคุณค่าของการศึกษา การรู้จักกาลเทศะ ฯลฯ

  21. จากที่ได้อ่านเสภาเรื่องขขุนช้างขุนแผนแล้ว ทำให้ทราบว่า การที่ถึงเราจะได้ในสิ่งที่เราปรารถนา ซึ่งได้มาด้วยความไม่ถูกต้อง ก็ไม่มีความสุขอยู่ดี

  22. จากการอ่านเรื่องขุนช้างขุนแผน ตอนถวายฎีกา ทำให้รู้ถึงสังคมในสมัยก่อนเรื่องราวทางประวัติศาสตร์และรู้ถึงความรักความรู้สึกของคนที่ไม่รักเดียวใจเดียวมันสะท้อนมาถึงสังคมในปัจจุบัน

  23. จาก เร่อง ขุนช้างขุนแผนตอน ขุนช้างถวายฎีกา สามารถอภิปรายใด้ว่า เรื่องนี้เป็นความขัดแย้งกันระหว่างขุนช้าง และพรายงาม ซึ่งเกิดจากการที่พรายงามได้ไปบุกรุกบ้านของขุนช้าง เพื่อไปชิงตัวแม่ของตนมา จนทำให้ขุนช้างไม่พอใจ จึงได้ไปถวายฎีกากัพระเจ้าพันวษา ด้วยเหตุนี้จึงทำให้นางวันทองถูกประหารชีวิต เพราะนางไม่สามารถเลือกได้ว่านางจะไปอยู่กับใคร ระหว่างลูก และขุนช้าง
    สิ่งที่สะท้อนให้ในเรื่องนี้คือ ความรักระหว่างลูกกับแม่ ลูกที่ต้องการจะอยู่กับแม่ซึ่งจากกันมานาน ทำให้สามารถทำได้ทุกอย่างแม้กระทั่งบุกไปชิงตัวแม่มาจากบ้านของคนอื่น และ อีกเรื่องหนึ่งคือ กฎหมายบ้านเมือง ซึ่งจะถืออำนาจพระมหากษัตริย์เป็นใหญ่ คำพูดของพระมหากษัตริย์คือเป็นคำขาด ไม่สามารถแย้งได้

  24. เสภาเรื่องนี้ทำให้เรารู้เกี่ยวกับวรรณคดีเรื่องนี้มากขึ้น และรู้คำศัพท์ในเรื่องขุนช้างขุนแผน ตอนถวายฎีกา มากขึ้นค่ะ

  25. คุณค่าที่ได้จากเรื่องนี้ คือ
    1.ความรักที่แม่มีต่อลูก แม่ยอมที่จะเสียสละเพื่อลูก
    2.การเคารพกฎหมายของบ้านเมือง
    3.สะท้อนวิถีการดำเนินชีวิตของคนสมัยก่อน
    4.ขุนนางในสมัยนั้นมีความจงรักภักดีต่อกษัตริย์
    ค่ะ

  26. เสภาเรื่ิองขุนช้างขุนแผน ตอนขุนช้างถวายฏีกา เป็นวรรณคดีที่ชี้ให้เห็นและสะท้องสภาพชีวิตความเป็นอยู่ของคนในสังคม
    สะท้อนความเชื่อของคนในสังคม เช่น ความเชื่อเกี่ยวกับไสยศาสตร์ ความเชื่อเกี่ยวกับความฝัน ความเชื่อเรื่องกรรม
    และยังสะท้อนให้เห็นค่านิยมเกี่ยวกับการมีสัมมาคารวะ และหญิงในสมัยก่อนต้องมีเพียงสามีเดียว และยังสะท้อนถึงขนบธรรมเนียมประเพณีและวัฒนธรรม และบทบาทของสตรีในสังคนไทย ยกตัวอย่างสตรีไทยโบราณโดยแท้ คือนางวันทอง ที่เกิดมาเพื่อรับบทของบุตรี ภรรยา และมารดา และนางวันทองเองก็ถูกกำหนดเส้นทางเดินของชีวิตให้เป็นไปตามความปรารถนาของผู้อื่นทั้งสิ้น นางจำใจต้องทนรับภาวะนั้นๆ และที่สำคัญนางวันทองไม่เคยเต็มใจรับมันเลย จากการที่นางเป็นผู้ปฏิบัติตามและเป็นที่รับรองความปรารถนาของคนอื่นมาตลอดนี้เอง เมื่อสมเด็จพระพันวษาทรงเปิดโอกาศให้นางได้เลือกทางเดินชีวิตของตนเอง นางก็ว้าวุ่นใจไม่อาจตัดสินใจได้ จึงก่อให้เกิดเหตุการณ์อันเศร้าสะเทือนใจในที่สุด

  27. วรรณกรรมเรื่องนี้ให้คุณค่าทางสติปัญญา หรือความรู้ความคิด ภูมิปัญญาในดา้นต่างๆ มากมาย เช่น
    ใหค้วามรู้เกี่ยวกบัวัฒนธรรมขนบธรรมเนียมประเพณีความเชื่อและสภาพสังคมไทยในสมัยกรุงศรีอยุธยา
    และรัตนโกสินทร์ตอนต้น ตลอดจนสำนวนโวหารที่ไพเราะ และเรื่องที่เกี่ยวกับวิถีชีวิต ค่านิยม
    ขนบธรรมเนียมประเพณี

  28. ได้ความรู้เกี่ยวกับเสภาเรื่องขุนช้างขุนแผน
    อย่างเช่น คุนค่าของสังคมและวัฒนธรรมไทยในสมัยอยุธยาและรัตนโกสินทร์ตอนต้น 1สมัยก่อนจะใช้สมุนไพรรักษาแผล และมีความเชื่อในสิ่งศักดิ์สิทธิ์ 2สมัยก่อนเดินทางโดยเท้า และการขี่ม้า 3พ่อแม่ทุกคนรักลูกและ ยอมเสียสละทุกอย่างเพื่อลูกได้ คับ
    นายวัฒนา เจริญสุข ชั้นม๖/๙ เลขที่ ๕

  29. ;รรณคดีเรื่องในจะสะท้อนให้เห็นการดำเนินชีวิตของแต่ละคนและอีกอย่างคือวัฒนธรรมของแต่้ละที่ การวางตัว และจารีตประเพณีของสมัยนั้น

  30. ทำให้เห็นถึงวัฒนธรรมความเป็นอยู่ของคนสมัยก่อนว่าเป็นอยู่ยังไง
    และได้เห็นถึงความแตกต่างของสังคมสมัยก่อน และปัจจุบันว่ามีการเปลี่ยนแปลงไปมาก

  31. จากการอ่านเรื่องขุนช้างขุนแผน ตอนถวายฎีกา ทำให้รู้ถึงสังคมในสมัยก่อนเรื่องราวทางประวัติศาสตร์และรู้ถึงความรักความรู้สึกของคนที่ไม่รักเดียวใจเดียวมันสะท้อนมาถึงสังคมในปัจจุบัน
    ค่ะ

  32. ในการศึกษาสภาพสังคมและวัฒนธรรมในวรรณคดีเรื่องนี้ช่วยให้ดิฉันได้ตระหนักถึงคุณค่าของวรรณคดีมากยิ่งขึ้น วรรณคดีไม่เพียงแต่มีคุณค่าด้านวรรณศิลป์ แต่ยังมีคุณค่าด้านสังคมและวัฒนธรรม นอกจากนี้นักเรียนยังได้รับความรู้เกี่ยวกับสภาพสังคมวัฒนธรรมในสมัยอดีตอีกด้วย ซึ่งรายละเอียดบางอย่างอาจไม่มีบันทึกไว้ในเอกสารประวัติศาสตร์อย่างชัดเจน แต่ผู้ประพันธ์ก็ได้สะท้อนและบันทึกไว้ในวรรณคดีอีกทางหนึ่งอีกด้วยค่ะ

  33. เสภาเรื่องนี้ทำให้เรารู้เกี่ยวกับวรรณคดีเรื่องนี้มากขึ้น และรู้คำศัพท์ในเรื่องขุนช้างขุนแผน ตอนถวายฎีกา มากขึ้น

  34. คุณค่าที่ได้รับจากเรื่องขุนช้างขุนแผน ใช้ในการเล่าเรื่องราวเพื่อขับเสภา เรื่องนี้สะท้อนภาพสังคมและวัฒนธรรมไทยสมัยอยุธยาและรัตนโกสินทร์ตอนต้น และยังให้ข้อคิดที่มีคุณค่า เพื่อนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง
    ข้อคิด
    ๑. ความกตัญญูเป็นเครื่องหมายของคนดี
    ๒.พ่อแม่ทุกคนรักลูกและ ยอมเสียสละทุกอย่างเพื่อลูกได้
    ๓.เราจึงควรมีความกตัญญูต่อบิดามารดาผู้ที่ให้ กำเนิดเรามา

  35. คุณค่าของวรรณคดีมากยิ่งขึ้น วรรณคดีไม่เพียงแต่มีคุณค่าด้านวรรณศิลป์ แต่ยังมีคุณค่าด้านสังคมและวัฒนธรรม นอกจากนี้นักเรียนยังได้รับความรู้เกี่ยวกับสภาพสังคมวัฒนธรรมในสมัยอดีตอีกด้วย
    ข้อคิด

    ความรักที่แม่มีต่อลูก แม่ยอมที่จะเสียสละเพื่อลูก

  36. จากที่ได้อ่านเสภาเรื่องขุนช้างขุนแผน ตอนถวายฎีกาแล้ว ทำให้รู้ถึงความเป็นอยู่ของคนในสังคมนั้น เช่น
    -ค่านิยมและความเชื่อในจารีตประเพณีที่ว่าผู้หญิงที่เคยมีสามีมาแล้ว แล้วไปชู้กับผู้ชายอื่น จะถูกว่าเป็นผู้หยิงแพศยา
    -ขุนนางในสมัยนั้นต้องมีความจงรักภักดีต่อกษัตริย์ เป็นต้น
    และได้รู้ถึงความรักระหว่างแม่กับลูกที่ต้องการจะอยู่ด้วยกัน นั้นสามารถให้ทำได้ทุกอย่างแม้จะเป็นเรื่องที่ผิดไปบ้างก็ตาม

  37. จากการที่อ่านมาแล้ว เสภาขุนช้างขุนแผน สะท้อนค่านิยมของคนในสังคม เสภาเรื่อง ขุนช้างขุนแผน สะท้อน ค่านิยมของสังคม ไทยหลายประการ เช่น

    ค่านิยมเกี่ยวกับการมีสัมมาคารวะ พลายงามรู้จัก แสดงความเคารพ นบน้อมมีสัมมาคารวะ แม้จะอยู่ใน สถานการณ์ที่ทำให้ ขุ่นเคืองใจ แต่เมื่อมา เห็นมารดาก็ยังระลึกถึง พระคุณเข้า ไปกราบไหว้

  38. จากการที่อ่านมาแล้ว เสภาขุนช้างขุนแผน สะท้อนค่านิยมของคนในสังคม เสภาเรื่อง ขุนช้างขุนแผน สะท้อน ค่านิยมของสังคม และ สิ่งที่สะท้อนให้ในเรื่องนี้คือ ความรักระหว่างลูกกับแม่ ลูกที่ต้องการจะอยู่กับแม่ซึ่งจากกันมานาน ทำให้สามารถทำได้ทุกอย่างแม้กระทั่งบุกไปชิงตัวแม่มาจากบ้านของคนอื่นคะ

  39. จากการศึกษาเรื่องเสภาขุนช้างขุนเเผน ตอน ขุนช้างถวายฎีกา โดยการวิเคราะห์คุณค่าเเละข้อคิดโดยได้วิเคราะห์เรื่องเเล้วสรุปคุณค่าเเละข้อคิดได้ดังนี้
    1. มีข้อคิดที่มีคุณค่า เพื่อนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง
    2. ความกตัญญูเป็นเครื่องหมายของคนดี เราจึงควรมีความกตัญญูต่อบิดามารดาผู้ที่ให้ กำเนิดเรามา
    3. ช่วยให้ตระหนักถึงคุณค่าของวรรณคดีมากยิ่งขึ้น
    4. ได้รับความรู้เกี่ยวกับสภาพสังคมวัฒนธรรมในสมัยอดีต
    5. ได้รู้เกี่ยวกับขนบธรรมเนียม ประเพณี

  40. จากการศึกษาเรื่องเสภาขุนช้างขุนเเผน ตอน ขุนช้างถวายฎีกา โดยการวิเคราะห์คุณค่าเเละข้อคิดโดยได้วิเคราะห์เรื่องเเล้วสรุปคุณค่าเเละข้อคิดได้ดังนี้
    1. ช่วยให้ตระหนักถึงคุณค่าของวรรณคดีมากยิ่งขึ้น
    2. สะท้อนภาพสังคมและวัฒนธรรมไทยสมัยอยุธยาและรัตนโกสินทร์ตอนต้น
    3. ให้ข้อคิดที่มีคุณค่า เพื่อนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง
    4. ได้รับความรู้เกี่ยวกับสภาพสังคมวัฒนธรรมในสมัยอดีตอีก
    5. ได้พิจารณาพฤติกรรมและบทบาทของตัวละครว่าให้ข้อคิดหรือให้คติสอนใจในด้านใดบ้าง

  41. คุณค่าที่ได้รับจากการอ่านเสภาเรื่องขุนช้างขุนแผน
    ตอนขุนช้างถวายฎีกา ได้แก่
    – ทำให้เราได้เรียนรู้เกี่ยวกับชีวิตความเป็นอยู่ของคนในสมัยอยุธยาและรัตนโกสินทร์ตอนต้น
    – ทำให้รู้ว่าตัวละครแต่ละตัวมีนิสัยเป็นอย่างไร
    -สะท้อนค่านิยมเกี่ยวกับความเชื่อ ทั้งความฝัน ไสยศาสตร์ เรื่องกรรม
    -สะท้อนให้เห็นถึงบทบาทของผู้ปกครองเมือง กฎหมายของบ้านเมือง

  42. จากการที่อ่านมาแล้ว เสภาขุนช้างขุนแผน สะท้อนค่านิยมของคนในสังคม เสภาเรื่อง ขุนช้างขุนแผน สะท้อน ค่านิยมของสังคม ไทยหลายประการ ค่านิยมเกี่ยวกับผู้หญิงต้องมีสามีคนเดียว ไม่นิยมผู้หญิงที่มี พฤติกรรมเยี่ยง นางวันทองคือสามีสองคน ในเวลา เดียวกัน แม้โดยจริง แท้แล้วการ ที่นางต้องมี สามีสองคน นั้นมิใช่เกิด จากความปรารถนาของนางเอง

  43. จากการอ่านเรื่องขุนช้างขุนแผน ตอนถวายฎีกา
    แสดงค่านิยมทำนองนี้ไว้มากมายเกือบจะตลอดทั้งเรื่อง ตัวละครดำเนินชีวิตไปภายใต้อิทธิพลของไสยศาสตร์และโหราศาสตร์ เหมือนเรื่องเก่าๆของชาติต่างๆมากมายให้เห็นโลกทัศน์ของครอบครัวขุนนางในสมัยกรุงศรีอยุธยาและรัตนโกสินทร์ว่ามีความจงรักภักดีครับ

  44. คุณค่าที่ได้รับจากการอ่านเสภาเรื่องขุนช้างขุนแผน
    ตอนขุนช้างถวายฎีกา ได้แก่
    – ทำให้เราได้เรียนรู้เกี่ยวกับชีวิตความเป็นอยู่ของคนในสมัยอยุธยาและรัตนโกสินทร์ตอนต้น
    – ทำให้รู้ว่าตัวละครแต่ละตัวมีนิสัยเป็นอย่างไร
    -สะท้อนค่านิยมเกี่ยวกับความเชื่อ ทั้งความฝัน ไสยศาสตร์ เรื่องกรรม
    -สะท้อนให้เห็นถึงบทบาทของผู้ปกครองเมือง กฎหมายของบ้านเมือง
    -ทำให้รู้บทบาทของสตรี และค่านิยมของสตรีที่ว่าต้องมีสามีเดียว
    -ทำให้รู้ถึงการแต่งกายของคนในสมัยนั้น ดังตอนที่ว่า ลุกขึ้นถกเขมรร้องเกณฑ์ไป
    ข้อคิดที่ได้
    -ทำให้รู้ว่าคนที่เป็นแม่ สามารถทำทุกอย่างได้เพื่อลูก
    -เมื่อทำการสิ่งใดควรคำนึงถึงผลที่ตามมา ควรพิจารณาให้รอบคอบ
    -บ้านเมืองมีกฎหมาย ควรทำตาม ไม่ใช่ทำตามใจตัวเอง
    -เมื่อเรามียศมีชื่อเสียง เราก็ต้องเกรงใจผู้อื่น ไม่ใช่คิดว่าตนใหญ่
    เลยทำอะไรตามอำเภอใจของตน
    -ทำให้นึกถึงข้อคิดที่ว่า ที่ใดมีรัก ที่นั่นมีทุกข์
    ค่ะ

  45. คุณค่าเรื่องนี้คือสะท้อนภาพสังคมและวัฒนธรรมไทยสมัยอยุธยาและรัตนโกสินทร์ตอนต้นได้ตระหนักถึงคุณค่าของวรรณคดีมากยิ่งขึ้น วรรณคดีไม่เพียงแต่มีคุณค่าด้านวรรณศิลป์ แต่มีคุณค่าด้านสังคมและวัฒนธรรม อย่างมากมาย

    ข้อคิดที่ได้คือ ความเป็นลูกและแม่มีสายใยต่อกัน มีความผูกผัน มีความรัก มีความกตัญญู รักและอยากอยู่ด้วยกันค่ะ

  46. จากการเรียนรู้เรื่อง ขุนช้างขุนแผน ตอนขุนช้างถวายฎีกา ได้คุณค่าจากการอ่านเรื่องอย่างเช่น
    ลักษณะทางสังคม ตอนขุนช้างถวายฎีกา เป็นตอนที่ชะตาชีวิตของนางวันทองตกต่ำถึงที่สุด คือ ถูกพระพันวษาพิพากษาให้ประหารชีวิต ซึ่งจะเป็นตอนที่มีหลากหลายอารมณ์ ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่อยู่ในสถานภาพใดในสังคม กษัตริย์ สามี ภรรยา มารดา บุตร ตัวละครในตอนนี้แทบทุกคัวมีบทบาทสำคัญ
    ข้อคิดที่ได้
    -ทำให้รู้ว่าคนที่เป็นแม่ สามารถทำทุกอย่างได้เพื่อลูก
    -เมื่อทำการสิ่งใดควรคำนึงถึงผลที่ตามมา

  47. เรืองขุนช้างขุนแผน ตอนถวายฏีกาได้รู้ถึงความเป็นอยู่ แบบแผนของการดำเนินชีวิต ในเรื่องนี้มีปรัชญาและความจริงของชีวิตปรากฎอยู่มากสภาพการดำเนินชีวิตของคนในเมืองหลวงและในชนบทเป็นอย่างไร ในเรื่องขุนช้างขุนแผนกล่าวไว้อย่างละเอียด แสดงแนวความคิดของคนโบราณทั้งชายและหญิง ซึ่งเราอาจยึดถือเป็นแนวทางการดำเนินชีวิตปัจจุบันได้ดี เช่น ชายมีความจงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์ หญิงมีความซื่อสัตย์จงรักภักดีและเชื่อฟังอยู่ในโอวาทของสามี การเป็นคนมีความกตัญญูรู้คุณ เห็นคุณค่าของการศึกษา การรู้จักกาลเทศะและอื่นๆอีกมากมายค่ะ

  48. เรืองขุนช้างขุนแผน ตอนถวายฏีกาได้รู้ถึงความเป็นอยู่ แบบแผนของการดำเนินชีวิต ในเรื่องนี้มีปรัชญาและความจริงของชีวิตปรากฎอยู่มากสภาพการดำเนินชีวิตของคนในเมืองหลวงและในชนบทเป็นอย่างไร ในเรื่องขุนช้างขุนแผนกล่าวไว้อย่างละเอียด แสดงแนวความคิดของคนโบราณทั้งชายและหญิง ซึ่งเราอาจยึดถือเป็นแนวทางการดำเนินชีวิตปัจจุบันได้ดี เช่น ชายมีความจงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์ หญิงมีความซื่อสัตย์จงรักภักดีและเชื่อฟังอยู่ในโอวาทของสามี การเป็นคนมีความกตัญญูรู้คุณ เห็นคุณค่าของการศึกษา การรู้จักกาลเทศะและอื่นๆอีกมากมาย

  49. ารศึกษาเรื่องขุนช้างขุนแผน ตอนขุนช้างถวายฎีกา โดยการวิเคราะห์คุณค่าและข้อคิดเรื่องแล้วสรุปคุณค่าและข้อคิดได้ดังนี้
    1. เรื่องนี้สะท้อนภาพสังคมและวัฒนธรรมไทยสมัยอยุธยาและรัตนโกสินทร์ตอนต้น
    2.มีข้อคิดที่มีคุณค่า เพื่อนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง
    3.ทำให้เราตระหนักถึงคุณค่าของวรรณคดีมากยิ่งขึ้น
    4.ได้ความรู้เกี่ยวกับสภาพสังคมวัฒนธรรมในสมัยอดีต
    5.ในอดีดผู้ชายมีการถวายตัวเพื่อเข้ารับราชการ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: