จัดกิจกรรมชมรมหมอภาษา ชื่อนั้นสำคัญไฉน และห้องข่าวอาเซียน

จัดกิจกรรมชมรมหมอภาษา  ชื่อนั้นสำคัญไฉน  และห้องข่าวอาเซียน

              คณะครูกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย  โรงเรียนเขื่องในพิทยาคารพานักเรียนจัดกิจกรรม  ชมรมหมอภาษา  ชื่อนั้นสำคัญไฉน  และห้องข่าวอาเซียน  เนื่องในสัปดาห์วิชาการการจัดการเรียนการสอนแบบบูรณาการเศรษฐกิจพอเพียงในสถานศึกษา  ในวันที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๕๗  ณ  โรงเรียนเขื่องในพิทยาคาร  มีผู้ให้ความสนใจในการเข้าร่วมกิจกรรมเป็นอย่างมาก   ขอเชิญทุกท่านติดตามภาพกิจกรรมที่นำมาฝากได้ ณ โอกาสนี้ครับ

IMAG1262

โฆษณา

ทีฆายุโก – ฑีฆายุโก, ทีฆายุกา – ฑีฆายุกา

          วันนี้ขอนำความรู้เรื่องการใช้  “ทีฆายุโก หรือ ฑีฆายุโก, ทีฆายุกา หรือ ฑีฆายุกา”  ใช้อย่างไรให้ถูกต้อง   ซึ่งบทความนี้ได้คัดมาจากบทความของศาสตราจารย์พิเศษจำนงค์ ทองประเสริฐ  จดหมายข่าวราชบัณฑิตยสถาน  ปีที่ ๔ ฉบับที่ ๓๙,  สิงหาคม ๒๕๓๗  หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะเป็นประโยชน์ต่อผู้สนใจเป็นอย่างมากครับ  ขอเชิญติดตามครับ

 

ทีฆายุโก – ฑีฆายุโก, ทีฆายุกา – ฑีฆายุกา

 

โดย ศ.พิเศษจำนงค์ ทองประเสริฐ

 

          เนื่องในพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา ไม่ว่าจะเป็น ๕ ธันวาคม หรือ ๑๒ สิงหาคม ก็ตาม มักจะพบป้ายหรือข้อความถวายชัยมงคลว่า ทีฆายุโก โหตุ มหาราชา หรือ ทีฆายุกา โหตุ มหาราชินี ตามสถานที่ราชการ หรือในหนังสือพิมพ์ ตลอดจนวารสารรายสัปดาห์ รายปักษ์ หรือรายเดือนอยู่ทั่วไป เขียนกันถูกบ้าง ผิดบ้าง นั่นคือคำว่า ทีฆายุโก หรือ ทีฆายุกา ซึ่งจะต้องใช้ ท นั้น บางทีก็ใช้ ฑ อยู่บ่อย ๆ

          คำว่า ทีฆายุโก เป็นภาษาบาลี ใช้ ท แปลว่า มีอายุยืน เมื่อรวมข้อความที่ว่า ทีฆายุโก โหตุ มหาราชา ตามตัวอักษรก็แปลว่า ขอพระมหาราชาจงทรงมีพระชนมายุยั่งยืนนาน แปลอย่างรวบรัดว่า ขอจงทรงพระเจริญ ที่ใช้ว่า ทีฆายุโก สำหรับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ ทีฆายุกา สำหรับพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถนั้น เป็นการเปลี่ยนรูปตามไวยากรณ์ เพราะคำว่า มหาราชา เป็น ปุงลิงค์ คือ เพศชาย จึงต้องใช้ ทีฆายุโก ส่วน มหาราชินี เป็น อิตถีลิงค์ คือ เพศหญิง จึงใช้ ทีฆายุกา

          เหตุที่บางคนเขียนเป็น ฑ นั้น คงเป็นเพราะตัว ฑ อยู่ใกล้กับ ฆ ซึ่งมีหัวหยัก เลยทำให้ ท มีหัวหยัก เลยกลายเป็น ฑ ตามไปด้วย

          คำในภาษาไทยที่มาจากภาษาบาลีที่เดิมเป็น ท แล้วมีผู้เขียนเป็น ฑ ในสมัยก่อน ๆ นั้น มีอยู่หลายคำ เช่น คำว่า ทูต  ซึ่งเป็นภาษาบาลี ใช้ ท ก็มีพบอยู่บ่อย ๆ โดยเฉพาะในหนังสือเก่าเขียนเป็น ฑูต  โดยใช้ ฑ หรือคำว่า มนเทียรบาล หนังสือเก่า ๆ เช่นในเรื่อง กฎมณเฑียรบาล  ก็ดี หรือ หมู่พระราชมณเฑียร  ก็ดี ที่คำว่า มณเฑียร  ก็ใช้ ฑ แต่พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๒๕ ให้เขียนเป็น มนเทียร  ใช้ ท เพราะคำนี้มาจากคำบาลีว่า มนฺทิร   ซึ่งแปลว่า เรือน  เมื่อแผลง อิ เป็น เอีย คำว่า มนฺทิร  จึงกลายเป็น มนเทียร  ทำนองเดียวกับแผลงคำว่า วชิร  เป็น วิเชียร หรือ พาหิร  เป็น พาเหียร   และ ปกีรณกะ  เป็น ปเกียรณกะ   ฉะนั้น

          จึงขอให้เขียนคำว่า ทีฆายุโก ให้ถูกต้อง ในฐานะที่เราเป็นประชาชนที่มีความจงรักภักดีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ จึงไม่ควรที่จะใช้ข้อความใด ๆ ที่เกี่ยวกับพระองค์ให้ผิดเพี้ยนไปจากความเป็นจริง

          นอกจากนั้น ตามหนังสือพิมพ์รายวันแทบทุกฉบับ ก็มีทั้งคำว่า ทีฆายุโก และ ฑีฆายุโก ปะปนกันอยู่ในฉบับเดียวกัน จึงควรจะระมัดระวังให้มาก ความจริงก็มิได้ทำให้ความหมายเสียไป แต่ไม่ถูกต้องตามหลักภาษาเท่านั้นเอง เพราะคำว่า ฑีฆ  ในภาษาบาลีหรือสันสกฤตที่แปลว่า ยาว  นั้นไม่มี มีแต่ ทีฆ  เท่านั้น ความจริงเรื่องนี้ก็ได้มีผู้สอบถามมาอยู่เสมอ แต่การเขียนก็ยังไม่ดีเท่าที่ควร ยังมีที่ผิด ๆ ให้เห็นอยู่ แม้จะน้อยลงบ้างก็ตาม ยิ่งคำว่า ทีฆายุกา โหตุ มหาราชินี ด้วยแล้ว บางทีก็เขียนเป็น ทีฆายุโก โหตุ มหาราชินี และบางทีที่คำว่า “ทีฆายุโก” ใช้ ฑ แต่ในปัจจุบันการเขียนถูกต้องเกือบ ๑๐๐% แล้ว เพียงแต่คำว่า ทีฆายุโก และ ทีฆายุกา บางทียังใช้ ฑ แทน ท อยู่บ้างเท่านั้น จึงขอให้ช่วยกันระมัดระวังและเขียนให้ถูกต้องด้วย.

 

ผู้เขียน :  ศาสตราจารย์พิเศษจำนงค์  ทองประเสริฐ  ราชบัณฑิตประเภทปรัชญา สาขาวิชาตรรกศาสตร์ สำนักธรรมศาสตร์และการเมือง

ที่มา :  จดหมายข่าวราชบัณฑิตยสถาน  ปีที่ ๔ ฉบับที่ ๓๙, สิงหาคม ๒๕๓๗

ตัวอย่างการขับเสภา

ตัวอย่างการขับเสภา

ตัวอย่างการอ่านทำนองเสนาะประเภทกลอนดอกสร้อย

ตัวอย่างการอ่านทำนองเสนาะประเภทกลอนดอกสร้อย

กลอนสุภาพ

ตัวอย่างการอ่านทำนองเสนาะประเภทกลอนสุภาพ

 

 

เสียงพยัญชนะต้นในภาษาไทย

นำวรรณคดีไทยมาให้คำนวณ

นำวรรณคดีไทยมาให้คำนวณ

          วันนี้ ขอนำเสนอวรรคทองในวรรณคดีไทยที่ก่อให้เกิดจินตภาพทั้งด้านความงามจากการใช้โวหารเชิงอุปมา  เชิงบรรยาย  และเชิงพรรณนา  จำนวนสิ่งที่สามารถสัมผัสได้จากการอ่านในคำประพันธ์   ซึ่งเป็นกาพย์ฉบัง ๑๖  บทพากย์เอราวัณ  จากเรื่องรามเกียรติ์  พระราชนิพนธ์ในสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย  ความว่า

          ๏ อินทรชิตบิดเบือนกายิน      เหมือนองค์อมรินทร์

ทรงคชเอราวัณ

          ๏ ช้างนิมิตฤทธิแรงแข็งขัน      เผือกผ่องผิวพรรณ

สีสังข์สะอาดโอฬาร์

          ๏ สามสิบสามเศียรโสภา        เศียรหนึ่งเจ็ดงา

ดั่งเพชรรัตน์รูจี

          ๏ งาหนึ่งเจ็ดโบกขรณี           สระหนึ่งย่อมมี

เจ็ดกออุบลบันดาล

          ๏ กอหนึ่งเจ็ดดอกดวงมาลย์    ดอกหนึ่งแบ่งบาน

มีกลีบได้เจ็ดกลีบผกา

          ๏ กลีบหนึ่งมีเทพธิดา           เจ็ดองค์โสภา

แน่งน้อยลำเพานงพาล

          ๏ นางหนึ่งย่อมมีบริวาร         อีกเจ็ดเยาวมาลย์

ล้วนรูปนิรมิตมายา

          ๏ จับระบำรำร่ายส่ายหา       ชำเลืองหางตา

ทำทีดังเทพอัปสร

          ๏ มีวิมานแก้วงามบวร          ทุกเกศกุญชร

ดังเวไชยันต์อมรินทร์

          ๏ เครื่องประดับเก้าแก้วโกมิน  ซองหางกระวิน

สร้อยสายชนักถักทอง

          ๏ ตาข่ายเพชรรัตน์ร้อยกรอง   ผ้าทิพย์ปกตระพอง

ห้อยพู่ทุกหูคชสาร

          ๏ โลทันสารถีขุนมาร            เป็นเทพบุตรควาญ

ขับท้ายที่นั่งช้างทรง

          ๏ บรรดาโยธาจัตุรงค์           เปลี่ยนแปลงกายคง

เป็นเทพไทเทวัญ

          ๏ ทัพหน้าอารักขไพรสัณฑ์     ทัพหลังสุบรรณ

กินนรนาคนาคา

          ๏ ปีกซ้ายฤาษิตวิทยา           คนธรรพ์ปีกขวา

ตั้งตามตำรับทัพชัย

          ๏ ล้วนถืออาวุธเกรียงไกร       โตมรศรชัย

พระขรรค์คทาถ้วนตน

          ๏ ลอยฟ้ามาในเวหน            รีบเร่งรี้พล

มาถึงสมรภูมิชัย ฯ

                            พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย

          อ่านแล้ว  เป็นอย่างไรบ้างครับ  หากถามว่าจากคำประพันธ์ที่อ่านไปแล้วนั้นมีเยาวมาลย์ (หญิงสาวสวย)  ที่อยู่ในบริบทของช้างเอราวัณ (นิมิตกาย) ตามคำประพันธ์ทั้งหมดนี้มีเยาวมาลย์บริวารรวมจำนวนเท่าไร (กี่นาง)  ลองมาคำนวณพร้อม ๆ กันครับ

          ช้างเอราวัณมีเศียร                                   จำนวน   ๓๓   เศียร  (หัว)

                ๑  เศียร มีงา                                        จำนวน     ๗  กิ่ง

                ๑  งา (กิ่ง) มีโบกขรณี  (สระบัว)        จำนวน     ๗  สระ

                ๑  สระบัว  มีกอบัว                               จำนวน     ๗  กอ

                ๑  กอบัว  มีดอกบัว                              จำนวน     ๗  ดอก

                ๑  ดอกบัว  มีกลีบบัว                            จำนวน     ๗  กลีบ

                ๑  กลีบบัว  มีเทพธิดา                          จำนวน     ๗  องค์

                ๑  เทพธิดา  มีเยาวมาลย์บริวาร           จำนวน     ๗  นาง

เริ่มคำนวณ ครับ  ๓๓ X ๗ X ๗ X ๗ X ๗ X ๗ X ๗ X ๗ =  ๒๗,๑๗๖,๙๑๙  นาง

ตอบ  มีเยาวมาลย์บริวาร                            รวมจำนวน     ๒๗,๑๗๖,๙๑๙  นาง  ครับ

โดย ครูปิยะฤกษ์  บุญโกศล   

โรงเรียนเขื่องในพิทยาคาร  

๑ สิงหาคม ๒๕๕๗